ศูนย์รวมแนวข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน จัดส่งฟรี!!
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรับรองสิทธิของประชาชนในการได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ โดยพระราชบัญญัติฉบับนี้กําหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะให้ประชาชนได้รับรู้ โดยข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐจะต้องเปิดเผย ได้แก่ ผลการพิจารณา นโยบาย การตีความ ท่าที การวินิจฉัย ข้อสั่งการ รวมถึงรายงานทางวิชาการ การศึกษาค้นคว้า สถิติ สรุปผลการประเมินและการวิเคราะห์ เอกสารสรุปมติที่ประชุม หรือวินิจฉัยใด ๆ ตลอดจนข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะและข้อมูลข่าวสารอื่นที่คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเห็นสมควรให้เปิดเผย
อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้ยังกําหนดข้อยกเว้นไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารบางประเภทด้วยเหตุผล ได้แก่ กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นความลับของทางราชการหรือเป็นความลับส่วนบุคคล อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือไม่ประโยชน์ต่อสาธารณะ เป็นต้น
ดังนั้น พระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเป็นการสร้างความโปร่งใสให้กับการทํางานของหน่วยงานราชการและการใช้อํานาจรัฐ อันเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนให้สามารถตรวจสอบการทํางานดังกล่าวได้
1. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ใช้บังคับเมื่อใด
ก. วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข. หลังจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน
ค. หลังจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 60 วัน
ง. หลังจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 120 วัน
เฉลย: ข
2. “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” หมายถึงข้อมูลข่าวสารใด
ก. ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานภายในของหน่วยงานรัฐเท่านั้น
ข. ที่เกี่ยวข้องกับเอกชน แต่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานรัฐ
ค. ทั้งที่เกี่ยวกับการดําเนินงานของรัฐและเกี่ยวกับเอกชน
ง. ที่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะทั้งหมด
เฉลย: ค
3. ข้อใดไม่ใช่คําจํากัดความของ “ข้อมูลข่าวสาร” ตามพระราชบัญญัตินี้
ก. สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง
ข. สิ่งที่บันทึกไว้ในรูปของเอกสารหรือหนังสือเท่านั้น
ค. ภาพวาด ภาพถ่าย หรือการบันทึกเสียง
ง. ข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์
เฉลย: ข
4. ข้อใดคือบุคคลที่ถือว่าเป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัตินี้
ก. คนที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
ข. คนต่างชาติที่ได้สัญชาติไทยแล้ว
ค. นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย
ง. บริษัทที่มีทุนเกินกึ่งหนึ่งเป็นของคนต่างด้าว
เฉลย: ง
ข้อ 5. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล”
ก. หมายถึงเฉพาะข้อมูลของเจ้าของที่ยังมีชีวิตอยู่
ข. หมายรวมถึงข้อมูลของผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้วด้วย
ค. ไม่รวมถึงประวัติอาชญากรรมของบุคคล
ง. ต้องเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น
เฉลย: ข
6. ข้อใดไม่ใช่ “หน่วยงานของรัฐ” ตามพระราชบัญญัตินี้
ก. ราชการส่วนกลาง
ข. รัฐวิสาหกิจ
ค. บริษัทเอกชนจํากัด
ง. องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
เฉลย: ค
7. ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
ก. ประธานวุฒิสภา
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ง. ประธานศาลฎีกา
เฉลย: ข
8. ข้อใดคือหน้าที่หลักของสํานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
ก. ให้คําปรึกษาด้านกฎหมาย
ข. ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย
ค. ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ
ง. บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
เฉลย: ค
9. บทบัญญัติในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ มีสภาพบังคับเหนือกฎหมายอื่นอย่างไร
ก. ใช้แทนกฎหมายอื่นที่ขัดหรือแย้งกัน
ข. ยกเลิกกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ค. ไม่สามารถใช้บังคับแทนกฎหมายอื่นได้
ง. ต้องได้รับความเห็นชอบจากกฎหมายอื่นก่อน
เฉลย: ก
10. การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการตาม พ.ร.บ. นี้ ใช้หลักเกณฑ์ใด
ก. เปิดเผยได้เฉพาะเรื่องที่ไม่กระทบต่อประโยชน์แห่งรัฐ
ข. สงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยหากจะก่อให้เกิดความเสียหาย
ค. เปิดเผยได้โดยอิสระ เว้นแต่มีเหตุห้ามตามกฎหมาย
ง. พิจารณาทั้งประโยชน์สาธารณะและปัจเจกบุคคล
เฉลย: ง
11. ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
ก. โครงสร้างและการจัดองค์กร
ข. สถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร
ค. แผนปฏิบัติการประจําปี
ง. ระเบียบ ข้อบังคับ ที่มีผลต่อเอกชน
เฉลย: ค
12. ข้อใดเป็นสิทธิของผู้ยื่นคําขอข้อมูลข่าวสารทั่วไป
ก. ขอรับสําเนาฟรี
ข. ขอให้จัดทําข้อมูลข่าวสารที่ต้องการใหม่
ค. ได้รับข้อมูลภายใน 7 วัน
ง. ขอข้อมูลจํานวนมากโดยไม่ต้องมีเหตุผล
เฉลย: ก
13. การให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานรัฐจะคิดค่าธรรมเนียมได้หรือไม่
ก. ไม่สามารถคิดค่าธรรมเนียม
ข. คิดค่าธรรมเนียมได้เสมอ
ค. คิดได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
ง. คิดได้ตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายเฉพาะ
เฉลย: ค
14. ข้อใดผิดเกี่ยวกับบทบัญญัติว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
ก. สอดคล้องกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ข. มีผลเหนือกฎหมายอื่นที่ขัดหรือแย้ง
ค. ยกเลิกบทบัญญัติที่ซ้ําซ้อนในกฎหมายอื่น
ง. ใช้บังคับได้เฉพาะหน่วยงานของรัฐ
เฉลย: ง
15. ข้อมูลใดที่หน่วยงานของรัฐไม่จําเป็นต้องจัดพิมพ์เผยแพร่ตาม พ.ร.บ. นี้
ก. คําสั่งภายในที่ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก
ข. รายงานการประชุมที่ไม่เป็นความลับ
ค. นโยบายหรือการตีความที่ไม่ต้องลงในราชกิจจาฯ
ง. รายงานประจําปีแสดงผลการดําเนินงาน
เฉลย: ก
16. ข้อใดคือสิทธิของประชาชนตาม พ.ร.บ. นี้
ก. เข้าตรวจสอบเอกสาร
ข. ขอข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ
ค. ตรวจสอบการบริหารงานภาครัฐ
ง. เข้าถึงและได้รับบริการข้อมูลข่าวสาร
เฉลย: ง
17. กรณีใดที่หน่วยงานของรัฐอาจปฏิเสธไม่จัดหาข้อมูลให้
ก. ผู้ขอมีเหตุผลไม่สมควร
ข. เป็นการเปิดเผยข้อมูลต้องห้าม
ค. ไม่มีข้อมูลข่าวสารดังกล่าว
ง. ต้องจัดทําข้อมูลขึ้นมาใหม่
เฉลย: ก
18. ข้อใดเป็นหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ. นี้
ก. ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล
ข. พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย
ค. จัดให้มีศูนย์ข้อมูลข่าวสารในทุกจังหวัด
ง. จัดพิมพ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
เฉลย: ก
19. หน่วยงานใดมีหน้าที่ให้คําแนะนําเอกชนเกี่ยวกับ พ.ร.บ. นี้
ก. สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
ข. สํานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ
ค. สํานักนายกรัฐมนตรี
ง. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ
เฉลย: ข
20. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ “สํานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ”
ก. อยู่ในสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี
ข. ทําหน้าที่ตีความและวินิจฉัยปัญหากฎหมาย
ค. มีอํานาจบังคับใช้ พ.ร.บ. นี้
ง. ประสานงานให้ความช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐ
เฉลย: ง